เนื่องจากโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ ในปัจจุบันมีผู้ป่วยที่เป็นโรคมะเร็งชนิดนี้เป็นจำนวนมากยิ่งขึ้น ส่งผลให้แพทย์พยายามทำการตรวจวินิจฉัย และทำการคัดกรองโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ให้กับผู้ป่วยอย่างเคร่งครัด ส่วนวิธีการคัดกรองก็นับได้ว่ามีอยู่หลากหลายวิธีด้วยกัน หากเป็นวิธีที่ง่าย สะดวก รวดเร็ว และประหยัดที่สุด ก็คงต้องยกให้กับการตรวจวินิจฉัยด้วยเลือด ที่เราอาจจะมองไม่เห็นในอุจจาระ แต่ผู้ป่วยจำเป็นจะต้องเก็บตัวอย่างอุจจาระบางส่วน เพื่อส่งให้กับห้องตรวจหรือห้องปฏิบัติการ ซึ่งถ้าหากผลลัพธ์ออกมาเป็นผลบวก ผลลัพธ์นี้สามารถบ่งบอกได้ว่า ในอุจจาระมีเลือดปะปนอยู่ เพราะฉะนั้นผู้ป่วยจำเป็นจะต้องเข้ารับการรักษา โดยขอคำแนะนำจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ กับการรักษาในขั้นตอนต่อ ๆ ไป

6.1

การตรวจด้วยเทคนิคการถ่ายภาพทางรังสีวิทยา

สำหรับการตรวจโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ ด้วยเทคนิคการถ่ายภาพทางรังสีวิทยา นับได้ว่าเป็นการตรวจค้นหาโรคมะเร็งอีกรูปแบบหนึ่ง ที่แพทย์อาจจะต้องใช้กระบวนการสวนแป้ง และทำการถ่ายภาพลำไส้ใหญ่ผ่านเครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ แต่ในส่วนของวิธีนี้ นับได้ว่าเป็นวิธีการตรวจแบบคัดกรองที่ได้รับความนิยมเช่นกัน

การตรวจค้นหาโรคมะเร็งด้วยการส่องกล้อง

การตรวจค้นหาโรคมะเร็งด้วยการส่องกล้อง นับได้ว่าเป็นการคัดกรองโรคมะเร็งอีกวิธีหนึ่ง ซึ่งวิธีนี้นับได้ว่าเป็นวิธีการคัดกรองโรคมะเร็งที่ได้รับความนิยมอย่างสูงสุด อีกทั้งยังคงให้ข้อมูลที่มีความแม่นยำเป็นอย่างมาก โดยการส่องกล้องในแต่ละครั้ง เป็นการส่องกล้องที่ลำไส้ใหญ่โดยตรง หากค้นพบความผิดปกติเมื่อไหร่ แพทย์จะยังสาสมารถทำการรักษาในขั้นตอนต่อ ๆ ไปได้อีกด้วย

6.2

การตรวจคัดกรองโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ด้วยตัวเองผ่านอุปกรณ์

ในปัจจุบัน เทคนิคและนวัตกรรมทางการแพทย์ ได้ส่งเครื่องมือหรืออุปกรณ์ ที่ช่วยทำให้ผู้ป่วยสามารถคัดกรองโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ได้ด้วยตนเอง ผ่านอุปกรณ์เฉพาะทาง ซึ่งอุปกรณ์ชนิดนี้สามารถใช้งานได้อย่างง่าย ๆ แต่ต้องอาศัยความรู้และความเข้าใจเข้าช่วย ซึ่งกระบวนการและขั้นตอนในการตรวจ นับได้ว่ามีอยู่เพียงแค่ไม่กี่ขั้นตอนเท่านั้น

  • ให้หมุนอุปกรณ์เพื่อเปิดหัวหลอด หลังจากนั้นให้ดึงก้านอุปกรณ์ออกมา และนำก้านอุปกรณ์จุ่มในอุจจาระตัวอย่าง ที่คุณได้ทำการเก็บเอาไว้แล้ว ซึ่งการจุ่มจำเป็นจะต้องจุ่มถึง 5 – 6 ครั้ง โดยแต่ละครั้งต้องเป็นจุดที่แตกต่างกัน
  • หลังจากนั้นให้นำก้านอุปกรณ์ใส่กลับลงไปในหลอดอีกครั้ง และให้เขย่าหลอดอุปกรณ์ให้ทั่ว เพื่อให้ตัวเจือจางผสมเข้าด้วยกัน
  • เมื่อเขย่าหลอดอุปกรณ์แล้ว ให้หมุนที่ปลายหลอดอีกครั้ง และทำการดึงฝาปิดสีเขียวออก เพื่อที่น้ำยาจะสามารถหยดบนแผ่นทดสอบได้
  • เมื่อหยดน้ำยาลงบนแผ่นทดสอบแล้ว ให้ผู้ป่วยรอประมาณ 10-15 นาที ซึ่งเครื่องตรวจสอบจะมีแถบสีปรากฏขึ้นอย่างชัดเจน โดยจะมีช่อง C และ T หากแถบสีขึ้นที่ช่อง T ช่องเดียว ผลคือไม่สามารถใช้ผลการตรวจนี้ได้ แต่ถ้าหากแถบสีขึ้นทั้งสองช่อง ผลคือผู้ป่วยมีลักษณะและอาการที่ผิดปกติ  และถ้าหากแถบสีขึ้นที่ช่อง C เพียงช่องเดียว ผลคือ ผู้ป่วยไม่มีอาการผิดปกติแต่อย่างใด

ทั้งหมดนี้คือวิธีการคัดกรองโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ ซึ่งจากข้อมูลดังกล่าวมีทั้งวิธีการแบบให้แพทย์ตรวจรักษา และทำการคัดกรองอย่างเป็นระบบ และมีวิธีที่ผู้ป่วยสามารถคัดกรองด้วยตนเอง ซึ่งนับได้ว่าเป็นวิธีเบื้องต้น ที่ผู้ป่วยทุกคนจะสามารถทำได้นั่นเอง