ตั้งแต่เล็กจนโต เรามีทัศนคติที่ไม่ดีมากมายเกี่ยวกับโรคมะเร็ง บางคนคิดว่ามะเร็งเป็นโรคที่ใครเป็นแล้วจะต้องเสียชีวิตอย่างเดียวเท่านั้น หากทราบข่าวว่าใครเป็นโรคมะเร็ง ก็จะมีการแสดงความเห็นอกเห็นใจและสงสารห่วงใยผู้ที่เป็นโรคมะเร็งขึ้นมาทันที นอกจากนั้น ก็มองว่ามะเร็งคือ “เนื้อร้าย” จะต้องรีบกำจัดออกไปให้พ้นๆ เสีย หลายคนจึงรู้สึกกลัวโรคมะเร็ง ไม่อยากเป็น และไม่อยากให้คนที่รักเป็นมะเร็งด้วยเหตุผลทั้งปวง

2.1

แต่ทราบหรือไม่ว่า โรคมะเร็งนั้นไม่ได้ร้ายกาจกว่าโรคอื่นๆ เช่น โรคเบาหวาน หรือโรคหัวใจเลยแม้แต่น้อย ตรงกันข้ามโรคมะเร็งหลายชนิดสามารถรักษาให้หายขาดได้ เนื่องจาก ในปัจจุบันนี้ วิทยาการทางการแพทย์ด้านการรักษาโรคมะเร็งก็มีความก้าวหน้าและการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ตรวจพบเร็ว รักษาเร็ว หายเร็ว ปัจจุบันนั้นโรคมะเร็งส่วนใหญ่สามารถรักษาหายได้ แต่โอกาสหายขึ้นอยู่กับความรุนแรง และลักษณะการเจริญเติบโตของมะเร็งที่พบ

เนื่องจากวิทยาการรักษาโรคมะเร็งที่ทันสมัย บวกกับความก้าวหน้าของเครื่องมือคัดกรองโรคมะเร็งต่างๆ ทำให้ตรวจพบการก่อตัวที่ผิดปกติของเซลล์เร็วขึ้น ส่งผลให้โอกาสในการรักษามีมากขึ้นตามไปด้วย การรักษาเมื่อเกิดการลุกลามแล้วจึงยากกว่าการรักษาแต่ต้น โอกาสหายเป็นปกติจึงน้อยลง แนวทางที่จะรอดจากมะเร็งก็คือ “ลด” การเกิดด้วยการ “ค้นหา” ให้พบเร็วที่สุด เพื่อหาวิธีรักษาให้หาย นี่คือความหวังในการลดอัตราการเสียชีวิตของผู้ป่วยมะเร็งนั่นเอง

ปัจจุบันมีศูนย์มะเร็งเกิดขึ้นมากมายในประเทศ เพื่อตอบสนองความต้องการในการรักษาโรคมะเร็งของประชากรที่มีเพิ่มมากขึ้น ก็ถือเป็นอีกแห่งหนึ่งซึ่งมีความพร้อมทั้งเครื่องมือและเทคโนโลยีในการรักษา และมีความครบถ้วนทั้งองค์ความรู้ของแพทย์และบุคลากรหลายสาขา ซึ่งมีการวางแผนการรักษาร่วมกัน ยิ่งไปกว่านั้น พบว่าปัจจุบันความเสี่ยงต่ออาการแทรกซ้อนจากการรักษานั้นลดลง เนื่องจากความก้าวหน้าในการผ่าตัด ทำให้โอกาสในการรักษาด้วยวิธีการต่างๆ ดีขึ้น

Senior patient talking with young doctor

โดยวิธีการรักษาโรคมะเร็งที่ดีนั้นมี 3 ประเภทหลัก ได้แก่ การผ่าตัด การรักษาด้วยการให้ยา และการฉายรังสี (ก้อนมะเร็ง) แต่ทั้งนี้จะต้องมีบุคลากรที่มีความรู้ในการเลือกใช้วิธีการรักษาอย่างถูกต้องเหมาะสม การตรวจคัดกรองมะเร็ง จัดว่าเป็นการรักษาแบบเชิงรุก สิ่งสำคัญที่จะช่วยให้หายขาดจากการเป็นมะเร็งก็คือ การค้นพบมะเร็งตั้งแต่ระยะแรกเริ่ม เพื่อนำไปสู่การวางแผนรักษาที่เหมาะสม ทำให้โอกาสรอดชีวิตเพิ่มขึ้น จะทำให้โอกาสของคนที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งได้ค้นพบมะเร็งตั้งแต่ระยะเริ่มแรก จนกระทั่งสามารถรักษาหายได้ และทำให้คนที่เป็นมะเร็งมีโอกาสมีชีวิตยืนยาวอย่างมีคุณภาพได้ รวมถึงการหมั่นสังเกต ดูแลตนเอง ลดปัจจัยเสี่ยงในด้านต่าง ๆ ก็น่าจะเป็นทางออกที่ดีที่สุดในการป้องกันมะเร็ง

แต่สิ่งที่พึงกระทำอย่างยิ่ง คือ หลีกเลี่ยงการรับประทานของที่ไม่มีประโยชน์ เช่น เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ อาหารปิ้งย่าง หรืออาหารจำพวกไขมัน เพราะจะช่วยลดปัจจัยเสี่ยงได้ดี แม้ไม่ได้หมายความว่าจะทำให้ไม่เกิดโรคมะเร็งอย่างถาวรก็ตาม รวมถึงการรับประทานอาหาร 5 หมู่ อย่างสมดุลก็เป็นสิ่งที่จำเป็น และการออกกำลังกายเป็นประจำก็จะทำให้สุขภาพร่างกายแข็งแรง สร้างสมดุลให้อวัยวะต่างๆ ได้มากขึ้น โอกาสที่จะเป็นโรคมะเร็งก็จะลดน้อยลงไปได้