มะเร็งคือโรคร้ายชนิดหนึ่งที่รักษาให้หายขาดได้ยาก ถึงแม้ปัจจุบันจะมีการพัฒนาในเรื่องของยาหรือเครื่องมือแพทย์แผนใหม่ รวมถึงมีวิธีการรักษาหลากหลายรูปแบบด้วยกัน อาจโดยผ่าตัด ฉายแสง หรือให้ยาเคมีบำบัด ซึ่งการผ่าตัดนับว่าเป็นหนทางที่ปลอดภัยที่สุดสำหรับคนป่วย ถ้าอาการไม่หนักจนเกินไปคือก้อนมะเร็งไม่โต การผ่าตัดเอาชิ้นเนื้อร้ายออกไปก็อาจหายขาดได้ในมะเร็งบางประเภท เช่น มะเร็งเต้านม หรือมะเร็งมดลูก แต่ถ้าเป็นมะเร็งที่อวัยวะสำคัญเช่นตับ ไต หัวใจ ปอด การผ่าตัดก็เป็นผลกระทบอย่างใหญ่หลวงต่อสุขภาพในระยะยาวของผู้ป่วย เพราะอวัยวะสำคัญจะต้องถูกเฉือนออกไปบางส่วน อวัยวะที่เหลือก็ทำงานได้ไม่เต็มที่

4.1

แต่ถึงอย่างไรก็ยังดีกว่าการฉายรังสีและให้เคมีแก่ผู้ป่วย ซึ่งการกระทำดังกล่าวอาจทำให้มะเร็งหายไปจากอวัยวะนั้น ๆ ได้จริง แต่มันก็ทำลายส่วนประกอบอื่น ๆ ของร่างกายไปด้วย อาการหายป่วยจากมะเร็งนั้นจะเป็นการหายแบบความสุขสบายในชีวิตหายไป และนอนรอวันตายร่นเข้ามาในวันใดวันหนึ่งในระยะใกล้ ๆ ที่เห็นได้ชัดคือร่างกายคนป่วยผอมเหลือง ผมร่วง ร่องรอยความสดใสของชีวิตขาดหายไป และก็มีหลาย ๆ ครั้ง ที่ผู้ป่วยจะรู้สึกท้อแท้ สิ้นหวัง อันเนื่องมาจากความเจ็บปวดที่ได้รับระหว่างการรักษา

ดังนั้น ก็เป็นเรื่องปกติ ที่หลาย ๆ คนจะมองหาซึ่งวิธีการรักษาที่ไม่ก่อให้เกิดความเจ็บปวดและทรมาน การรักษาหรือบำบัดด้วยยาสมุนไพรจึงเป็นอีกทางเลือกหนึ่งของผู้ป่วยมะเร็งในปัจจุบันนี้ การรักษามะเร็งด้วยยาแผนโบราณและแผนปัจจุบันนั้นมีจุดหมายที่เดียวกันคือทำให้เชื้อมะเร็งหายไปจากร่างกายของผู้ป่วย แต่วิธีการนั้นแตกต่างกัน ยาสมุนไพรนั้นใช้รักษาโดยอาศัยหลักการฟื้นฟูสภาพอวัยวะภายในที่สำคัญให้มีพลังขึ้นมาต่อสู้กับโรค โดยยาสมุนไพรจะมุ่งเน้นการรักษาฟื้นฟูต่อมน้ำเหลืองและไขกระดูกซึ่งมีหน้าที่สร้างภูมิต้านทานให้กับร่างกายให้มีคุณภาพแข็งแรงจนเอาชนะโรคร้ายได้ สมุนไพรที่หมอแผนโบราณใช้รักษาโรคมะเร็งนั้นต้องเป็นสมุนไพรที่เกี่ยวข้องกับต่อมน้ำเหลือง บำรุงเลือด บำรุงกำลัง บำรุงกระดูก

 4.2

การเลือกสมุนไพรก็ต้องเป็นไปตามหลักปรัชญาแพทย์แผนโบราณ ผู้ที่ตั้งใจจะรักษาโรคมะเร็งด้วยสมุนไพรนั้น ก็ต้องปรึกษาผู้เชี่ยวชาญทางศาสตร์นี้โดยตรง ความเป็นไปได้ในการที่จะหายหรือบรรเทาอาการก็ย่อมจะมี โดยผู้เชี่ยวชาญจะต้องเป็นผู้ที่รู้จักหยิบเอาสมุนไพรแต่ละชนิดมาผสมผสานกันอย่างกลมกลืน ด้วยสัดส่วนที่เหมาะสม เช่นการรักษาโรคมะเร็ง ก็ใช่ว่าจะนำเอาสมุนไพรอย่างหนึ่งอย่างใดมาสกัด ก็ต้องผสมผสานกับสมุนไพรตัวอื่นด้วย เพื่อมุ่งสู่หลายจุดหมาย เพื่อแก้น้ำเหลือง เพื่อขับพิษร้าย เพื่อบำรุงโลหิต เพื่อบำรุงหัวใจ เพื่อปรุงรสและกลิ่นให้น่ารับประทาน

การปรุงยาจึงเต็มไปด้วยศาสตร์และศิลป์ของแต่ละหมอ จึงเป็นศาสตร์ที่เรียนรู้ได้ แต่เลียนแบบกันไม่ได้ เช่นเดียวกัน สูตรยาสมุนไพรที่มีเขียนในตำราก็มีมาก ที่เผยแพร่ตามตำราของทางการก็มี ที่เป็นภูมิปัญญาพื้นบ้านก็มี ขึ้นอยู่กับว่าใครจะนำไปทดลองใช้หรือนำไปต่อยอดในแนวทางที่เป็นประโยชน์ ก็น่าจะเป็นเรื่องดีไม่น้อยทีเดียว แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ต้องมีความเข้าใจถึงคุณและโทษของสมุนไพรนั้น ๆ อย่างแท้จริงด้วย