ทางเลือกของผู้ป่วยมะเร็งนั้นมีแค่ 2 ทางเท่านั้น คือจะต่อสู้หรือจะถอย ถ้าตัดสินใจที่จะสู้ก็ต้องมีใจที่เข้มแข็งอดทน ท่านก็จะมีสิทธิ์ที่จะชนะโรคนี้ได้ แม้จะอยู่ในระยะสุดท้ายจริงๆ ก็อาจสามารถมีอายุยืนยาวต่อไปได้อีก 5-20 ปี เลยทีเดียว แต่ถ้าท่านไม่สู้ เกิดความท้อแท้โอกาสหายแทบไม่มีเลย ถ้าผู้ป่วยอยากจะหายจากมะเร็งต้องปฏิบัติตัวตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด และคนรอบข้างต้องให้ความช่วยเหลือและให้กำลังใจแก่ผู้ป่วย ซึ่งก็จะเป็นอีกหนทางหนึ่งที่จะช่วยให้ผู้ป่วยหายเร็วขึ้น ตัวผู้ป่วยเองก็ต้องปรับเปลี่ยนวิถีการดำเนินชีวิตในการรับประทานอาหาร เพราะการรับประทานแบบเดิม ๆ นั่นแหละที่ทำให้เกิดโรคมะเร็ง

9.1

โดยในระยะแรกๆ ของการปฏิบัติตัวแน่นอนว่าจะต้องรู้สึกลำบากใจแน่ ๆ เพราะยังไม่เคยชิน และผู้ป่วยก็ยังต้องเผชิญกับผลข้างเคียงที่จะเกิดขึ้นในระหว่างการรักษา ซึ่งก็ถือว่าเป็นอะไรที่สาหัสทีเดียวสำหรับชีวิตคน ๆ หนึ่ง และเนื่องจากยังไม่มีใครรู้สาเหตุของมะเร็งที่แท้จริง จึงยังไม่สามารถหาวิธีเฉพาะในการรักษามะเร็งให้หายขาดได้ จึงควรพิจารณาใช้วิธีการรักษาแบบผสมผสานให้เหมาะกับบุคคลที่เป็นมะเร็งโดยเฉพาะ วิธีการรักษาคนหนึ่งอาจจะได้ผล แต่ไม่ได้ผลในอีกคนหนึ่งก็เป็นได้ ขึ้นอยู่กับชนิดและระยะของมะเร็ง

ในทางปฏิบัติจริง ๆ ไม่มีผู้ป่วยคนไหนที่ใช้วิธีเดียวในการรักษามักใช้หลากหลายวิธีมาผสมผสานกัน จากข้อสังเกตจะพบว่าผู้ที่หายจากมะเร็งได้ มักพบในคนที่เป็นมะเร็งระยะแรกและสามารถตรวจพบมะเร็งได้เร็วและได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที และเป็นผู้ที่สามารถบังคับจิตใจตัวเองไม่ให้เครียดได้ มองโลกในแง่ดีหรือปล่อยวางชีวิตได้ มองชีวิตตามความเป็นจริง เป็นผู้ที่เปลี่ยนวิถีการดำเนินชีวิตใหม่ เช่นเปลี่ยนมาทานอาหารที่มาจากธรรมชาติ เน้นผัก ผลไม้ เนื้อปลา เป็นต้น เลิกดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เลิกสูบบุหรี่ เลิกเที่ยวเตร่ เลิกพฤติกรรมที่ก่อให้เกิดความเสี่ยงทั้งหลาย หันมาทำสิ่งที่เป็นประโยชน์กับชีวิตและร่างกายของตนเอง

9.2

สิ่งสุดท้ายที่อยากจะบอก คือ ให้ลองสวดมนต์ ทำสมาธิวิปัสสนาดู เพราะการปฏิบัติธรรมถึงแม้จะไม่ได้มีผลกับร่างกายโดยตรงแต่ย่อมมีผลต่อจิตใจแน่นอน จะทำให้ใจนิ่งสงบไม่ทุรนทุรายพร้อมที่จะเผชิญกับการรักษาทุกรูปแบบ จากประสบการณ์ของใครหลาย ๆ คน ที่ได้มีโอกาสรับฟังมา ที่สามารถเอาชนะมะเร็งร้ายได้นั้น มีหลายมิติที่เป็นประโยชน์ต่อผู้ที่ตกอยู่ในชะตากรรมเดียวกัน ที่ต้องอาศัยความมีสติ ความเข้มแข็ง และความรู้เท่าทันต่อโรคที่กำลังเผชิญอยู่ ส่วนคนรอบข้างทุกคนตั้งแต่คนในครอบครัว เพื่อนฝูง เพื่อนร่วมงาน และคนรอบข้าง ก็ถือเป็นส่วนหนึ่งที่ปลุกขวัญกำลังใจให้กับผู้ป่วยให้ลุกขึ้นมาต่อสู้ตามแนวทางการรักษาที่ถูกต้องและเหมาะสม

และเมื่ออาการทุเลาเบาบางลงหรือหายจากโรคนี้แล้ว ก็ต้องดำเนินชีวิตต่อไปด้วยความไม่ประมาท ต้องไปตรวจตามหมอนัดทุกครั้งเพราะไม่รู้ว่าเจ้ามะเร็งร้ายมันจะกลับมาเยือนอีกเมื่อไหร่ หมั่นออกกำลังกายเพื่อให้ร่างกายเกิดภูมิคุ้มกันเสมือนเป็นเป็นเกราะกำบังที่จะป้องกันตัวจากมะเร็ง ทานแต่อาหารที่มีประโยชน์ตอนนี้ เน้นเรื่องความสะอาด เรียกได้ว่ามีพฤติกรรมทางสุขภาพที่เปลี่ยนไป ถ้าสามารถปฏิบัติตนได้ตามที่กล่าวมาแล้วก็ถือได้ว่าเป็นผู้ที่รู้เท่าทันมะเร็งอย่างแท้จริง

ของขวัญแต่งงานหรือของชำร่วยงานแต่งสวยๆ ร้านนี้เลยจร้าาา คลิก

ของชำร่วยงานแต่ง

 

Save