Author: monster (page 2 of 2)

แต่งหน้าเหมือนไม่แต่งหน้า แต่งยังไงล่ะมาดูกัน

10.1

ผู้ชายหลายคนชอบพูดว่าไม่ชอบผู้หญิงแต่งหน้า อ้าวแล้วถ้าเราผิวหน้าไม่ได้ดูดีขาวเนียนใสมาแต่เกิดล่ะจะทำไงดี  จะเดินหน้าโล้นๆ เปลือยๆ เดินควงแขนพ่อยอดขมองอิ่มก็ไม่มีความมั่นใจเอาเสียเลย ไม่มีปัญหา วันนี้เรามีเรื่องดีๆจะมาแนะนำนั่นคือ ‘การแต่งหน้าหลอกผู้ชาย’ ค่ะ

หลอกยังไงล่ะ??  ก็แต่งหน้าให้ดูเป็นธรรมชาติ เนียนๆ สวยๆ ไม่โบ๊ะหน้าให้ดูจัดจ้านจัดเต็ม แต่งให้เหมือนไม่แต่ง เน้นธรรมชาติทั้งที่จริงๆแล้วแต่งหนักมากๆ  หลังจากหมกมุ่นอยู่กับการหาข้อมูล  ลองผิดลองถูกอยู่นาน ก็พอทราบสิ่งที่ควรและไม่ควรทำในการแต่งหน้าให้ดูเป็นธรรมชาติบ้างแล้วล่ะ เรื่องที่นำมาแบ่งปันเพื่อนๆกันวันนี้ก็คือเทคนิควิธีการและสิ่งที่ควรหรือไม่ควรทำในการแต่งหน้า (ให้ดูเป็นธรรมชาติ)

เริ่มแรกเลยก่อนที่จะระบายสีสันใดๆลงบนใบหน้าสิ่งแรกที่ต้องทำคือการเตรียมผิวให้เรียบเนียน รองพื้นเป็นสิ่งที่สำคัญมากๆเพราะจะช่วยปกปิด รอยดำ รอยสิว ริ้วรอยต่างๆบนใบหน้าได้ดีทำให้สีผิวดูสม่ำเสมอขึ้นด้วย ชนิดรองพื้นที่เลือกใช้ไม่ควรใช้รองพื้นเนื้อครีมเพราะจะดูหนาและหนักหน้า ให้ใช้รองพื้นชนิดน้ำจะดีที่สุดเพราะปกปิดได้ดีแต่ไม่ทำให้ดูหนาเตอะและต้องค่อยๆเกลี่ยไม่ให้เป็นคราบถ้าผิวเนียนความเป็นธรรมชาติจะยิ่งมีสูง แต่ถ้าทามากเกินไปก็ไม่โอเคนะเพราะจะก็ทำให้ดูหนาเหมือนสวมหน้ากากมากกว่าผิวเนื้อ จริงๆ แต่งแล้วโดนจับได้เลยว่าแต่งหน้ามา สีของรองพื้นก็สำคัญมากอันนี้เจอมากับตัวด้วยความที่อยากให้ตัวเองดูขาวใสมากขึ้นเลยไปซื้อรองพื้นสีอ่อนกว่าผิวจริงของตัวเองมาใช้ตอนออกจากบ้านก็มั่นใจดีอยู่หรอกแต่พอเจอเพื่อนเท่านั้นแหละหัวเราะกันยกใหญ่สาเหตุคือ หน้าเราขาวกว่าคอดูลอยเด่นมาแต่ไกล

เพราะฉะนั้นถ้าไม่อยากเป็น ‘มนุษย์หน้ากาก’ และ ‘มนุษย์หน้าขาว’ ก็เลือกสีรองพื้นกันดีๆแล้วอย่าลืมทาเลยลงมาที่คอด้วยนะจะได้เพิ่มความกลมกลืนทั้งผิวหน้าและคอ เสร็จแล้วลงแป้งโปร่งแสงทับแล้วปัดไฮไลท์ให้ผิวดูโกลว์เป็นเงาๆ ปรับผิวหน้าแล้ว ต่อมาเราก็มาแต่งตากัน จะสวยหรือไม่สวยอยู่ที่ตรงนี้แหละเพราะดวงตาคือหน้าต่างของหัวใจ ดวงตาคือสิ่งที่จะใช้ถ่ายทอดอารมณ์และคนอื่นจะต้องจ้องมองดวงตาเราเวลาคุยกันใช่ไหมล่ะการแต่งตาให้สวยดูเป็นธรรมชาติเราจะใช้อายแชว์โดว์สีอ่อนมากๆ  ทาพอให้ตาดูมีมิติ ควรหลีกเลี่ยงการใช้สีเข้ม กรีดอายไลเนอร์ให้ชิดขอบตาให้มากที่สุดและไม่ต้องตวัดหางใดๆ  สีคิ้วให้เลือกใช้ให้ใกล้เคียงกับสีผมให้มากที่สุดและต้องปัดให้ดูบางเบาพอให้เป็นระเบียบ

ในการปัดขนตาข้อห้ามเลยระวังมาสคาร่าติดกันเป็นแพ ให้ค่อยๆปัดจนขนตาเรียงตัวสวยงอนยาวแน่ไม่เน้นความฟู  หน้าสวยตาสวยกันแล้วต่อมาก็คือแก้มและปาก สีแก้มควรใช้สีอ่อนๆระเรื่อๆไม่ควรปัดแก้มสีสดและสีแก้มก็ควรจะรับกับริมฝีปากด้วย คือแก้มสีอะไรปากก็ควรจะเป็นสีนั้น วิธีการทาปากให้ใช้ลิปสีอ่อนจะสีชมพูหรือส้มก็ได้ที่เข้ากับสีแก้มเริ่มจากด้านในแล้วทาไล่ออกไปด้านนอกเว้นบริเวณขอบปากเอาไว้  สุดท้ายก็ทาทับด้วบลิปกลอสสีใสๆ เท่านี้ก็ดูสวยใสแบบเป็นธรรมชาติแล้ว

ภาษิตโบราณที่ว่า ‘ไก่งามเพราะขนคนงามเพราะแต่ง’ ยังใช้ได้อยู่เสมอนะเพื่อนๆ แค่นี้ก็ดูสวยใส ไม่จัดจ้านเป็นธรรมชาติสุดๆแล้วล่ะ นี่เป็นแค่ลุคหนึ่งเท่านั้นในบรรดาการแต่งหน้าหลายๆแบบแต่ไม่ว่าจะเป็นการแต่งหน้าลุคไหนๆก็ช่วยให้หน้าตาของเราดูดีขึ้นและช่วยเพิ่มความมั่นใจให้ตัวเราเองด้วยล่ะ วันนี้ก็ขอจบไว้เพียงเท่านี้ก่อนเจอกันอีกทีคราวหน้าค่ะ

แต่งหน้าฝึกได้ง่ายๆ สำหรับผู้เริ่มต้น

9.1

ผู้หญิงทุกคนล้วนมีนิสัยรักสวยรักงามกันเป็นเรื่องปกติชอบที่จะแต่งตัวดูแลผิวพรรณและรูปร่างของตัวเองให้ดูดีอยู่เสมอ หลายคนชอบที่จะแต่งหน้าเพื่อให้ใบหน้าดู สวยงาม ชวนมองแต่ไม่รู้ว่าควรเริ่มต้นอย่างไรดี เครื่องสำอางที่ใช้ควรเลือกอย่างไร เครื่องสำอางที่ต้องใช้มีอะไรบ้าง มีกี่ชนิด หน้าตาเป็นแบบไหนและแต่ละอย่างมีหน้าที่อย่างไร? ทุกคำถามทุกข้อสงสัยเรามีคำตอบและจะสอนคุณผู้หญิงที่แต่งหน้าไม่เป็นเลยให้สามารถแต่งหน้าได้ทันทีหลังอ่านบทความนี้จบ

1.รองพื้น

รองพื้นจัดเป็นเครื่องสำอางที่อยู่ในหมวดเครื่องสำอางที่ใช้ปรับสภาพผิวหน้าเพื่อให้ผิวหน้าเนียนเรียบพร้อมจะลงสีสันต่างๆ รองพื้นมีหลายชนิดสามารถแบ่งแยกย่อยออกได้ดังนี้

– รองพื้นชนิดครีม มีเนื้อเข้มข้นมากที่สุด เป็นของเหลวหนืดๆให้ประสิทธิภาพในการปกปิดสูง แต่เนื้อหนาและหนักเหมาะจะใช้แต่งในลุคที่ต้องการความเนี้ยบมากๆ

– รองพื้นชนิดน้ำ มาในบรรจุภัณฑ์แบบขวดอาจจะเป็นได้ทั้งขวดแก้วหรือขวดพลาสติก มีลักษณะเนื้อเป็นของเหลวข้นๆ ประสิทธิภาพในการปกปิดปานกลางถึงดีเยี่ยม ให้สัมผัสที่เบาสบายไม่หนักหน้าแตกต่างจากชนิดครีมที่มีเนื้อหนากว่า

– แป้งผสมรองพื้น จะเรียกว่ารองพื้นก็ไม่ถูกเสียทีเดียวเพราะเป็นการรวมเอาแป้งมาผสมกับรองพื้นแล้วอัดแข็งลงตลับทำให้สามารถประหยัดเวลาในการแต่งหน้าให้น้อยลงได้ แต่ความเรียบเนียนไม่เท่าลงรองพื้นจริงๆเหมาะจะใช้เติมหน้าระหว่างวันมากกว่า

2.คอนซีลเลอร์

จัดเป็นผลิตภัณฑ์ที่อยู่หมวดเดียวกับรองพื้นคือหมวดที่ใช้ปรับสภาพผิวหน้า คอนซีลเลอร์มีหน้าที่คือใช้ในการปกปิดร่องรอยต่างๆ เช่น รอยคล้ำรอบดวงตา รอยดำรอยแดงจากสิว ฝ้า กระต่างๆ มีหลายสีสันขึ้นอยู่กับสภาพผิวหน้าของผู้ใช้

3.แป้งฝุ่น

คือผลิตภัณฑ์แป้งที่ไว้ใช้เซตรองพื้นให้อยู่ตัว แป้งฝุ่นมีหลายสี เช่น สีเหลือง สีชมพู สีเนื้อ แล้วแต่สีผิวของแต่ละบุคคล นอกจากนี้ยังมีแป้งฝุ่นชนิดทรานสลูเซ้นต์โปร่งแสงที่ทาแล้วจะไม่เห็นเป็นสีใดๆ

4.ดินสอเขียยนคิ้ว

มีหลายสี ใช้สำหรับเขียนคิ้วให้มีรูปทรงที่สวยงามมากยิ่งขึ้น ในการเลือกสีสันควรเลือกสีที่มีความใกล้เคียงกับสีผมให้มากที่สุด หากสีอ่อนเกินไปหรือเข้มจนเกินไปจะทำให้ดูลอยๆไม่เขากับองค์ประกอบอื่นๆของใบหน้า

5.อายไลเนอร์

อายไลเนอร์มีหลายแบบหลายชนิด ได้แก่ แบบน้ำ แบบดินสอ แบบปากกาและแบบเจล มีหน้าที่การใช้งานคือใช้กรีดเป็นเส้นรอบดวงตาเพื่อตกแต่งดวงตาให้มีความสวยงามมากยิ่งขึ้น สร้างลุคให้ดวงตามีดูแตกต่างกันทั้ง น่ารัก หวาน คมเฉี่ยวและเซ็กซี่ อายไลเนอร์มีหลากหลายสีสันต่สีที่เป็นที่นิยมคือสีน้ำตาลเข้มและสีดำ

6.มาสคาร่า

มาสคาร่าเป็นเครื่องสำอางที่ใช้ตกแต่งขนตามักจะมาในบรรจุภัณฑ์ทรงกระบอก ใช้ปัดเพื่อเพิ่มความยาวหรือความหนาให้กับขนตาเพื่อเพิ่มความสวยงามให้มากยิ่งขึ้น สีที่นิยมใช้คือสีน้ำตาลและสีดำ

7.อายแชโดว์

จัดอยู่ในหมวดเครื่องสำอางที่ใช้สร้างสีสันมีสีสันหลากหลายมักมาในบรรจุภัณฑ์เป็นตลับหลายๆสี มีหน้าที่การใช้งานคือใช้ทาบริเวณเปลือกตาเพื่อความสวยงาม อายแชโดว์มี 2 ชนิดคือเนื้อครีมและเนื้อฝุ่น

8.บลัชออน

บลัชออนเป็นเครื่องสำอางที่จัดอยู่ในหมวดสร้างสีสันเช่นเดียวกับอายแชโดว์ มีสีสันหลากหลาย เช่น สีชมพู สีส้ม สีทอง สีน้ำตาลใช้ปัดบริเวณพวงแก้มเพื่อให้พวงแก้มสวยงามดูมีสีสันมากขึ้นไม่ซีดเซียว

9.ลิปสติก

ลิปสติกมีหลายชนิด หลายรูปแบบ หลากหลายสีสันแยกออกเป็นประเภทได้คือ

– ลิปสติกเนื้อแมท

– ลิปสติกเนื้อครีม

– ลิปสติกเนื้อเชียร์

– ลิปกลอส

ซึ่งแต่ละชนิดจะมีคุณสมบัติแตกต่างกันออกไป หน้าที่ของลิปสติกคือใช้เคลือบริมฝีปากให้เป็นสีสันต่างๆเพื่อสร้างความสวยงาม

รู้จักกับเครื่องสำอางกันไปแล้วก็ต้องมารู้จักกับอุปกรณ์ที่ใช้แต่งแต้มสีสันกันต่อนั่นคือแปรงแต่งหน้า แปรงแต่งหน้ามีหลายขนาดมากเพื่อการใช้งานที่แตกต่างกัน มีหน้าตาดังต่อไปนี้

1.แปรงแต่งตา ใช้ทาสีอายแชโดว์ลงบนเปลือกตามีหลายรูปทรง

2.แปรงปัดแก้ม มีลักษณะเป็นพุ่มกลมๆ ใช้ลงสีบลัชออนที่พวงแก้ม

3.แปรงทาลิปสติก มีลักษณะเป็นพู่กันเรียวเล็กใช้ทาสีลิปสติกเพื่อเก็บรายละเอียดให้สวยงาม

ใครที่ยังเริ่มต้นไม่ถูกก็ลองเริ่มต้นดูนะคะ การแต่งหน้าไม่ยากอย่างที่คิดแค่เริ่มต้นและเรียนรู้ก็จะรู้สึกสนุกไปกับมันค่ะ

แต่งหน้าโทนส้มยังไง ให้แบ๊วใสๆ แบบสาวเกาหลี

8.1

การแต่งหน้าโทนสีส้มนับเป็นโทนสีที่มาแรงอีกโทนสีหนึ่ง เพราะแต่งแล้วจะช่วยให้ผิวหน้าสว่างดูอ่อนวัยลงนั่นเอง เทรนด์นี้เป็นที่นิยมมากในหมู่สาวเกาหลีแล้วส่งอิทธิพลให้สาวไทยชื่นชอบด้วยเช่นกัน หลักง่ายๆ ในการแต่งคือใช้โทนส้มทั้งหน้าไม่มีสีอื่นผสมจึงง่ายต่อการแต่งวันนี้เราก็เลยนำลุคโทนสีพีชนี้มาให้สาวๆ ลองเอาไปแต่งตามกัน ไปดูอุปกรณ์กันดีกว่าว่าจะใช้อะไรบ้าง

1.รองพื้น ใช้แบบนี้เพื่อความบางเบาไม่ปกปิดหนามากนัก เลือกสีสว่างใกล้เคียงกับสีผิว

2.ฟองน้ำสามเหลี่ยม เพื่อเบลนรองพื้นให้เนียนขึ้น

3.แป้งฝุ่น ใช้เพื่อเซตรองพื้นให้อยู่ตัวไม่เปรอะไหลเป็นคราบระหว่างวัน

4.ดินสอเขียนคิ้ว ใช้สีน้ำตาลเข้มเพื่อให้คิ้วดูซอฟท์ลงเข้ากับโทนสีส้ม

5.มาสคาร่า ใช้สีดำสนิทเน้นปัดเพื่อให้ขนตางอนยาว

6.อายไลเนอร์ เช่นเดียวกับมาสคาร่าคือใช้สีดำสนิท ลุคนี้จะกรีดตาแบบตวัดหางเพื่อความน่ารัก อายไลเนอร์ที่เหมาะจึงควรใช้แบบน้ำเพื่อความลื่นไหลในการกรีด

7.อายแชโดว์สีส้ม ควรมีสีส้มอ่อนไว้นิดนึงแล้วก็สีส้มเข้ม ใช้เพียงสองสีก็เพียงพอแล้วสำหรับลุคนี้

8.ไฮไลท์เนื้อครีม ใช้เพื่อไฮไลท์ผิวหน้าให้สว่างขึ้นควรเป็นเนื้อกลิตเตอร์ละเอียด

9.บลัชออนสีส้ม ใช้สีส้มสดแบบไม่มีกลิตเตอร์ สีอาจดูแรงแต่เวลาใช้แตะนิดเดียวพอค่ะ

10.ลิปสติกสีส้มอ่อน สีครีมส้มอ่อน ทาแล้วดูหวานแหววคิกขุเป็นที่สุด

11.ลิปกลอสสีส้ม เติมความแวววาวให้กับริมฝีปากกอีกสักเล็กน้อยด้วยกลอสสีพีชหลังลงลิปสติกเนื้อครีมเรียบร้อยแล้ว

8.2

ขั้นตอนการแต่ง

1.แต้มรองพื้นให้ทั่วใบหน้าแล้วใช้ฟองน้ำเกลี่ยให้ทั่วไม่ให้หลงเหลือเป็นคราบทิ้งไว้ กดย้ำๆ ให้สีสม่ำเสมอกันลุคนี้ไม่เนความเนี้ยบเนียนมากนักเน้นความบางเบาเป็นธรรมชาติ

2.ลงอายแชโดว์ลงไปจากหัวตาไปสู่หางตา โดยทาสีส้มอ่อนที่หัวตาและส้มเข้มที่หางตา จากนั้นกรีดอายไลเนอร์ลงไปตวัดหางเล็กน้อยพองามแล้วปัดมาสคาร่า

3.ปัดแก้มโดยแตะแปรงบนบลัชออนสีส้มแล้วนำมาแตะตรงพวงแก้ม อย่าหนักมือแตะบลัชเยอะเดี๋ยวสีแก้มจะดูส้มเกินไปไม่สวย

4.แตะไฮไลท์สีขาวมุกตรงบริเวณสันจมูกเพื่อความสว่างบนใบหน้า หน้าจะได้ไม่ดูกลมและแบนจนเกินไป

5.ลงลิปสติกบนริมฝีปากแล้วตามด้วยกลอสใสเพื่อความชุ่มชื้นและแวววาวมากขึ้น

นับเป็นอีกหนึ่งลุคแต่งง่ายที่ประหยัดเวลาไปได้มากทีเดียว ความสว่างของโทนสีส้มยังช่วยขับให้ผิวดูซอฟท์เนียนใสอ่อนกว่าวัย  เป็นอีกหนึ่งลุคดีๆ ที่อยากให้ทุกคนลองแต่งตามดูค่ะ

 

 

แต่งตา Smokey eyes แต่งเองก็ได้ง่ายจัง

6.1

เทรนด์การแต่งหน้าแบบ smokey eyes เป็นอีกเทรนด์การแต่งที่สาวๆ หลายคนชื่นชอบ เพราะแต่งแล้วดูสวยสง่าไฮคลาสสุดๆ แต่หลายคนก็กลัวแต่งแล้วเฟล กลัวจะออกมาเหมือนหมีแพนด้าบ้างล่ะไม่มีความมั่นใจในการแต่งเอาซะเลยไม่รู้จะเริ่มต้นอย่างไรใช้สีอะไรแต่งดี ลุคสโมกกี้อายนี้มีการใช้โทนสีหลายสี เช่น สีน้ำตาลที่เป็นซอฟท์สโมคกี้อายดูเบาๆหน่อยแต่วันนี้ที่เราจะเอามาสอนกันคือลุคแบบ Classic smokey eyes ค่ะ แบบตาดำปากนู้ดดูเป็นสาวลึกลับน่าค้นหา วิธีการแต่งไม่ยากเลยแต่เป็นลุคที่แต่งจัดเต็มนิดนึงไปดูกันดีกว่าว่าต้องใช้อุปกรณ์อะไรบ้าง รับรองว่าต่อให้เป็นมือใหม่ก็แต่งได้ไม่มีปัญหา

อุปกรณ์ที่ต้องใช้

1.รองพื้น

ใช้แบบน้ำหรือแบบครีมก็ตามแต่ระดับความต้องการปกปิดจัดได้เต็มที่เลยนะสาวๆ

2.ฟองน้ำสามเหลี่ยมหรือฟองน้ำรูปไข่

สิ่งนี้คือ อุปกรณ์ที่ช่วยเบลนรองพื้นให้กลมกลืนไปกับผิวหน้ามากกว่าการใช้นิ้วมือเกลี่ย

3.แป้งอัดแข็ง

ใช้เพื่อเซตรองพื้นให้อยู่ตัวมากขึ้นและเพิ่มความเนียนให้กับใบหน้า

4.ดินสอเขียนคิ้ว

ใช้สีเข้มๆเลยค่ะอย่างสีน้ำตาลเข้มหรือสีดำเข้ม

5.ขนตาปลอม

เสน่ห์ของลุคนี้อยู่ที่ขนตาปลอมหนางอนงามเป็นแพนี่ล่ะที่จะช่วยขับให้การแต่งตาแบบสโมคกี้ดูเซ็กซี่มากขึ้น

6.พาเลทอายแชโดว์โทนสีดำ

โทนสีที่ต้องมีในพาเลทคือขาวมุกมีกลิตเตอร์ เทาอ่อน เทาเข้มและดำ

7.อายไลเนอร์

ใช้สีดำเพื่อความกลมกลืนกับสีอายแชโดว์

8.บรอนเซอร์

ใช้ปัดพวงแก้มเหมือนบลัชออนแต่จะให้ความสว่างกว่าเพราะมีกลิตเตอร์แบบละเอียดผสมอยู่

9.ลิปสติกสีนู้ด

ประเภทที่ใช้ต้องเป็นลิปสติกเนื้อแมทหรือเนื้อครีมเพื่อกลบสีปากเดิมให้มิดและจะใช้ลิปกลอสสีใสทาทับเพื่อความวาวของริมฝีปาก

มาเริ่มแต่งกันดีกว่า

1.อันดับแรกสุดคือต้องลงรองพื้นให้ทั่วใบหน้าก่อนโดยการใช้นิ้วแตะรองพื้น 5 จุด คือ หน้าผาก จมูก แก้มและคาง ใช้ฟองน้ำเบลนให้ทั่วใบหน้าจนเนียนแล้วเอาพัฟหรือฟองน้ำแตะแป้งอัดแข็งแล้วกดย้ำลงไปให้ผิวดูแน่น เนียนเสมอกัน

2.ใช้ดินสอเขียนคิ้ววาดโครงคิ้วให้ได้รูปแล้วใช้ด้ามแปรงปัดๆให้ดูเป็นธรรมชาติไม่ดูแข็งและหนา ค่อยๆปัดนะเดี๋ยวจะกลายเป็นอิคคิวซังเอาได้นะสาวๆ

3.เริ่มลงสีอายแชโดว์กันเลยให้ลงตามรูปแบบฟอร์มข้างล่างนี้เลยจ๊ะ ใช้สีขาวมุกทาตลบริเวณหัวตาและโหนกคิ้ว ใช้สีน้ำตาลเข้มทาตรงเหนือรอยพับตา และสีดำที่เข้มสุดตรงบริเวณเปลือกตาบน ค่อยๆ เบลนด์สีให้ดูสมูทเนียนกลืนไปด้วยกัน จากนั้นก็กรีดอายไลเนอร์ลงไปตวัดหางให้ดูเฉี่ยวตามรูปร่างของดวงตาแล้วติดขนตาปลอมลงไปเป็นขั้นตอนถัดมา

ภาพที่ออกมาจะเป็นแบบรูปข้างล่างค่ะ ตาสวยคม เฉี่ยว ดูลึกลับน่าค้นหาแต่เซ็กซี่ มีพลังและทรงเสน่ห์ในเวลาเดียวกัน

4.ต่อมาก็ถึงขั้นตอนกการลงสีแก้มค่ะ ให้ใช้แปรงปัดบรอนเซอร์เอามาเทสกับหลังมือด้วยการปัดเบาๆดูว่าสีเข้มอ่อนแค่ไหนหากสีเข้าเกินไปก็ให้เคาะเอาฝุ่นบรอนเซอร์ออกก่อนจะทาลงบนแก้มเพราะถ้าหากสีอ่อนเรายังสามารถเติมสีได้นะคะแต่ถ้าเข้มนี่ลบยากทีเดียวค่อยๆ ปัดไล้ไปตามโหนกแก้มค่ะ ให้ทำปากจู๋ด้วยนะคะเวลาปัดจะได้ไล้ไปตามรูปแก้มได้ง่ายสีสันไม่กระจุกตัวอยู่ที่เดียว

5.ขั้นตอนที่ 5 คือการลงสีปากค่ะ ใช้ลิปสติกเนื้อครีมสีนู้ดค่อยๆวาดแล้วเติมเนื้อลิปให้เต็มพื้นที่ปาก หากใครชอบความแวววาวก็ทากลอสใสทับจะได้ลุคที่มีความแวววาวชุ่มฉ่ำมากขึ้นใครไม่ชอบก็ทาลิปสติกเพียวๆ เลยก็ได้จะดูครีมมี่ๆ สวยๆ เหมือนกันแบบนี้

สวยขาดบาดใจเลยทีเดียว ใครยังไม่เคยแต่งก็แต่งเลยนะคะอย่ากลัวที่จะแต่งถ้ามัวแต่กลัวไม่กล้าแต่งเราก็จะไม่มีโอกาสได้เห็นใบหน้าอันงดงามอีกใบหน้าหนึ่งของเราที่ซ่อนเร้นอยู่รอให้เรารังสรรค์เติมแต่งสีสร้างศิลปะแห่งความงามให้เกิดขึ้น ถ้าอยากเห็นก็อย่ากลัวที่จะแต่งค่ะ จริงไหม?

 

 

 

 

แก้มฉ่ำบ่มแดด ลุคผิวหน้าแทนรับ summer

5.1

อะโล้ฮ่า ! ถึงหน้าร้อนทีไรสาวๆ หลายคนคงจะเริงร่าเป็นพิเศษที่จะได้มีโอกาสได้ไปพักร้อน ลองคิดถึงหาดทราย สายลม แสงแดด น้ำทะเลสีสวยเป็นประกายระยิบระยับยามต้องแสงตะวันดูสิว่าจะสวยงามขนาดไหนแล้วถ้าได้มีโอกาสไปนอนเกลือกกลิ้งบนหาดทรายสีขาวเนื้อละเอียดๆ สวมบิกินี่อาบแดดชิลล์ๆ ท่ามกลางลมโชยพัดแผ่วให้ผิวเป็นสีแทนคงจะวิเศษสุดๆไปเลยใช่ไหมล่ะ จัดเตรียมบิกินี่สำหรับเที่ยวทะเลกันแล้วก็อย่าลืมจัดเตรีมเมคอัพกันนะตัวเธอ ถึงจะไปอาบแดดก็จะหน้าตาซีดเซียวจืดชืดเป็นไก่ต้มไม่ได้ต้องแต่งให้เข้ากับธีมหน้าร้อน สดใสและสไตล์เมคอัพที่เราจะเอามานำเสนอกันวันนี้คือ แก้มฉ่ำบ่มแดดรับซัมเมอร์ ที่ทำให้ผิวดูเป็นประกายฉ่ำสีแทนสวยเข้ากั๊นเข้ากันกับชุดบิกินี่สีสด รับรองว่าจะต้องถูกใจสาวๆ แน่นอน ไปดูสิ่งที่ต้องเตรียมกันดีกว่าว่ามีอะไรบ้าง

อุปกรณ์ในการแต่ง

1.รองพื้น

ลุคนี้เราจะใช้รองพื้นสองเฉดคือเฉดสีอ่อนที่เข้มกว่าสีผิวของเราหนึ่งเฉดและเฉดสีเข้ม ที่เข้มกว่าผิวสักสองเฉดโดยเฉดสีเข้มจะใช้ทาบริเวณกรอบหน้าเพื่อสร้างแสงเงาให้กับใบหน้า และเพิ่มความเป็นสีแทนให้เหมาะกับหน้าร้อน

2.ฟองน้ำรูปไข่

สำหรับใช้เกลี่ยรองพื้นให้เนียนเสมอกันไม่เป็นคราบ ฟองน้ำแบบนี้มีหลายแบบหลายรูปทรงและหลายราคา ให้เลือกแบบที่เนื้อแน่นๆไม่มีรูพรุนมากจนเกินไปจะได้ไม่กินเนื้อรองพื้น ประสิทธิภาพในการเบลนก็ดีด้วยจ้า

3.ดินสอเขียนคิ้ว

เลือกใช้สีน้ำตาลเข้มและดำค่ะหรือสีที่เข้ากับสีผมมากที่สุด

4.อายไลเนอร์

ควรใช้แบบปากกาหัวแหลมเพราะลุคนี้เน้นกรีดแบบชิดขอบตาไม่ตวัดหาง ใช้อายไลเนอร์สีดำหรือน้ำตาลเข้มค่ะ

5.มาสคาร่า

เน้นขนตางอนยาวสวยแบบธรรมชาติแต่ไม่เน้นความฟูมากนัก

6.พาเลทอายแชโดว์โทนสีน้ำตาล

แก้มบ่มแดดก็ต้องเข้าคู่กับตาสีน้ำตาลเพื่อให้เหมาะกับลุคร้อนๆ สุดเซ็กซี่ ในพาเลทนี้จะต้องประกอบไปด้วยสีขาวมุก สีน้ำตาลอ่อน และสีน้ำตาลเข้ม ซึ่งเป็นสีหลักๆที่จะใช้ในการแต่งตา

7.บรอนเซอร์

มาถึงเครื่องสำอางชิ้นสำคัญของลุคนี้คือบรอนเซอร์ที่เป็นไอเทมเด็ด แก้มจะสวยเด่นหรือไม่อยู่ที่บรอนเซอร์นี่ล่ะ ซึ่งบรอนเซอร์ที่ใช้จะต้องมีกลิตเตอร์สีทองละเอียดผสมอยู่เพื่อสร้างสีสันของผิวบ่มแดดจัดๆโดยที่ผิวหน้าไม่ต้องถูกทำร้ายจากแสงแดดจริงๆ

8.ลิปสติกโทนน้ำตาล

ประเภทลิปสติกที่ใช้จะใช้ลิปกลอสค่ะเพราะไม่เน้นการปกปิดแต่เน้นความฉ่ำวาวของริมฝีปาก

5.2

เริ่มขั้นตอนการแต่งหน้ากันเลย

1.แต้มรองพื้นสีอ่อนตามจุดต่างๆบนใบหน้าตามภาพคือ หน้าผาก ใต้ตา สันจมูกและคาง จากนั้นให้ใช้สีรองพื้นที่เข้มกว่าแต้มบริเวณพวงแก้ม ปีกจมูกและขมับเพื่อสร้างแสงและเงาบนใบหน้า ใช้ฟองน้ำรูปไข่ค่อยๆกดๆเบลนๆเนื้อรองพื้นให้เนียนเสมอกันไม่ทิ้งรอยเส้นขอบหรือคราบที่ทำให้เห็นความต่างของสีไว้

2.ใช้ดินสอเขียนคิ้วด้านที่เป็นแปรงปัดเส้นขนคิ้วให้เรียงตัวไปในทิศทางเดียวกันก่อนแล้วจึงค่อยๆวาดโครงเส้น วาดเสร็จแล้วก็ใช้แปรงเกลี่ยให้สีเสมอกัน

3.เริ่มลงสีอายแชโดว์ โดยลงสีขาวก่อนเป็นสีพื้นให้ทั่วเปลือกตา แตะสีน้ำตาลเข้มลงไปบริเวณเหนือรอยพับดวงตา

4.กรีดอายไลเนอร์ให้ชิดขอบตาเป็นเส้นบางๆ แต่ไม่ตวัดหาง แล้วปัดมาสคาร่าสัก 2-3 ครั้งเน้นให้ขนตาเรียงเส้นยาวสวย

5.มาถึงไฮไลท์สำคัญของลุคนี้คือการปัดบรอนเซอร์ ใช้แปรงหัวแบนๆทรงพัดแบบนี้ปัดลงไปบนบรอนเซอร์แล้วเอามาไล้ตรงโหนกแก้มจนแก้มมีประกายชิมเมอร์สีทอง

6.ตบท้ายด้วยการทาลิปสติกเป็นขั้นตอนสุดท้ายเพื่อให้ริมฝีปากฉ่ำวาวพร้อมเริงร่าท้าแดด

เสร็จสิ้นกระบวนการแล้วก็ถึงเวลาที่คุณสาวๆจะได้ไปท้าแดดกันให้สุดเหวี่ยง แต่ไม่ว่าจะชอบอาบแดดกันอย่างไรก็อย่าลืมทาครีมกันแดดทุกครั้งก่อนจะอยู่ท่ามกลางแสงแดดเพื่อป้องกันการทำลายผิวของรังสี UV จากดวงอาทิตย์มิฉะนั้นแล้วจากผิวแทนๆ สวยๆ ที่คาดหวังก็อาจจะกลายเป็นผิวคล้ำเสียไปได้ไม่รู้นะเออ

 

 

 

 

Red velvet ปากแดงดุจกำมะหยี่ สวย เฉียบ เนี้ยบแบบ Taylor swift

4.1

ลิปสติกสีแดงเป็นสีลิปสติกยอดฮิตยอดนิยมของผู้หญิงทุกยุคสมัยไม่ว่าจะเป็นสาวน้อยหรือสาวใหญ่ต่างก็ชอบลิปสติกสีนี้กันทั้งนั้น เรียกได้ว่าจะกี่ปีต่อกี่ปีก็ไม่มีวันล้าสมัยไม่เคยตกยุคตกเทรนด์ เลย นับเป็นสีคลาสสิคที่บรรดาสาวๆทุกคนต้องมีไว้ในครอบครอง ทั้งนี้ก็เพราะลิปสติกสีนี้ทาแล้วให้ภาพลักษณ์ของสาวสวยที่ดูเปรี้ยว มาดมั่น เก๋ไก๋ ดูหรูหรา ดูเย้ายวนใจและมีความเป็นทางการในคราวเดียวกันเหมาะจะแต่งได้ทั้งไปงานปาร์ตี้กลางคืนและแต่งไปทำงานได้ในชีวิตประจำวันเรียกได้ว่าเป็นสีลิปสติกที่เข้าได้กับทั้งชุดราตรีและชุดทำงานเลยทีเดียว

และเรื่องที่เราจะกล่าวถึงกันวันนี้แน่นอนว่าต้องเป็นเรื่องการแต่งหน้าและเทรนด์การแต่งหน้าที่เราจะเอามาสอนคุณสาวๆกันก็คือ ลุคปากแดงแซ่บๆแต่งแล้วสวยเว่อร์แบบเทเลอร์ สวิฟท์ นักร้องสาวแนวคันทรี่ขวัญใจใครหลายๆคนนั่นเอง ลุคนี้เรียกว่าเป็นลุคประจำตัวของสาวเทย์เทย์เลยก็ว่าได้ แต่งไปทุกงานก็เจิดทุกงาน เอาล่ะเรามาดูกันดีกว่าถ้าจะแต่งลุคนี้ให้สวยเหมือนเทย์เทย์ต้องใช้อะไรบ้าง

อุปกรณ์ที่ต้องใช้

1.รองพื้น จะเลือกใช้แบบน้ำหรือแบบเนื้อครีมก็แล้วแต่ความชอบระวังโทนสีด้วยนะเลือกให้เข้ากับสีผิวของเราไม่งั้นทาแล้วจะหน้าลอยได้

2.แป้งโปร่งแสง ใช้ปัดเพื่อช่วยให้ผิวดูเรียบเนียนมากขึ้นหลังจากรองพื้นเซ็ตตัวแล้ว

3.บลัชออนสีส้มอ่อนมีประกายละเอียดหรือสี rose gold เพื่อให้แก้มดูเปล่งปลั่งขับผิวให้ดูสดใส

4.ดินสอเขียนคิ้วหรือมาสคาร่าปัดคิ้ว เลือกเฉดสีที่อ่อนกว่าสีผมสักสองเฉดดูสีที่ไม่เข้มจนเกินไปเพราะลุคปากแดงแบบเทย์เทย์นี้จุดเด่นอยู่ที่สีปากถ้าสีคิ้วเข้มจะแย่งซีนกันจนเกินไป

5.พาเลทอายแชโดว์สี Natural tone ควรมีสีโทนน้ำตาลหลายๆเฉดเพื่อคัดเบ้าให้ดวงตาดูสวยเป็นประกายสวยงาม

6.มาสคาร่า เลือกสีดำสนิทเพื่อช่วยให้ขนตาดูหนาฟูมากยิ่งขึ้น

7.อายไลเนอร์ เช่นเดียวกับมาสคาร่าคือเลือกใช้สีดำสนิท

8.ลิปสติกสีแดงสด เป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้อย่างแน่นอนเพราะเป็นหัวใจหลักของการแต่งหน้าลุคนี้เลย ให้ใช้ลิปสติกแบบเนื้อครีมกึ่งแมทที่มีความแน่นเนียนของเนื้อสีแบบลิปสติกเนื้อแมทแต่ชุ่มฉ่ำแบบลิปสติกเนื้อครีม ใครชอบแดงเฉดไหนก็เลือกเฉดที่ชอบเลยค่ะแต่ลุคแบบเทย์เทย์จะใช้เฉดสีแดงสดหน่อย

ขั้นตอนการรังสรรค์ความสวย

1.เริ่มแรกต้องปรับสภาพผิวให้เนียบเรียบพร้อมจะระบายสีสันลงบนใบหน้าเสียก่อนด้วยการทารองพื้นลงไปค่อยๆเกลี่ยให้เรียบเนียบโดนการใช้พัฟหรือฟองน้ำกดๆลงไปพยายามอย่าใช้นิ้วปาดเพราะจะทำให้เป็นคราบดูไม่เนียนกลืนไปกับผิว

2.หลังจากรองพื้นเริ่มเซตตัวให้ปัดแป้งโปร่งทับลงไปให้ใช้แปรงปัดแก้มปัดหรือใช้พัฟนุ่มๆกดย้ำๆเพื่อให้แป้งติดผิวได้ดียิ่งขึ้น

3.ค่อยปัดขนคิ้วระวังอย่าหนักมือจนเกินไป

4.คัดเบ้าดวงตาโดยใช้โทนสีน้ำตาลและทอง เสร็จแล้วกรีดอายไลเนอร์และปัดมาสคาร่าทับใครจะใช้ตัวช่วยอย่างขนตาปลอมเพื่อให้ตาสวยมากขึ้นก็สามารถใช้ได้นะจ๊ะแต่อย่าหนาฟูมากเดียวจะไปขัดกับลิปสีแดงที่เป็นจุดเด่นของการแต่งหน้าลุคนี้

5.ปัดแก้มลงไปให้ผิวดูโกลว์เป็นประกายสวยงาม อย่าหนักมือมากให้ผิวพอเป็นประกาย

6.ขั้นตอนสุดท้ายและท้ายที่สุดคือการทาปากสีแดงค่ะ

ค่อยๆ วาดไปทีละสเต็ปอย่างช้าๆ อย่าใจร้อน เพราะจะทาลิปสติกได้สวยหรือไม่สวยก็อยู่ที่ความใจเย็นด้วย เริ่มแรกให้วาดขอบปากก่อนด้วยดินสอวาดขอบปากหรือพู่กันทาปาก ค่อยๆทาลิปสติกสีแดงจากด้านในปากไล่ไปจนถึงขอบปากเกลี่ยให้เนียนอย่าให้ลิปสติกจับกันเป็นก่อนหรือตกร่องเวลาขยับปาก เก็บรายละเอียดให้เนี้ยบขึ้นด้วยการใช้แปรงปัดแป้งอัดแข็งแตะๆ รอบริมฝีปากเพื่อสร้างขอบปากให้ชัดเจน

สวยหยาดเยิ้มแบบคลาสสิคตามแบบฉบับความงามในอุดมคติของผู้หญิงทุกยุคสมัยเลย สาวๆผู้อ่านที่รักทุกท่านลองเอาไปแต่งกันดูนะคะรับรองว่าใครเห็นเป็นต้องเหลียวหลัง

How to ทาลิปสติกยังไงให้ปากดูสวยอย่างมืออาชีพ

ผู้หญิงกับความสวยความงามถือเป็นของคู่กันแยกกันอย่างไรก็ไม่พ้น แต่ทริคการแต่งหน้าให้สวยสาวๆหลายคนคงยังไม่ทราบเพราะมีเคล็ดลับมากมายเหลือเกินในการแต่งที่จะช่วยให้คุณสาวๆดูสวยและดูดีมากขึ้น เคล็ดลับดีๆที่เราจะมานำเสนอกันวันนี้คือเรื่องของลิปสติกค่ะลิปสติกหลากหลายสีสันเป็นตัวช่วยที่จะช่วยเนรมิตให้ริมฝีปากของคุณผู้หญิงทั้งหลายดูสวยอิ่มเต็มน่าสัมผัส แต่การทาให้ดูสวยวาววามแบบในรูปมีกลเม็ดเคล็บลับอยู่หลายขั้นตอนทีเดียวซึ่งเราจะเอามากล่าวกันถึงกันต่อไปนี้

ก่อนอื่นเราต้องมารู้จักชนิดของลิปสติกกันก่อนเพราะลิปสติกที่เราใช้ๆกันอยู่ทุกวันนี้ไม่ได้มีแค่แบบเดียวนอกจากจะมีสีสันจะหลากหลายเพื่อเอาใจคุณสาวๆให้สร้างสรรค์การแต่งหน้าในหลายๆลุคแล้ว ลิปสติกก็มีหลายชนิดเช่นกันค่ะ แยกเป็นประเภทย่อยๆได้ดังนี้

1.ลิปสติกเนื้อแมท

ลิปสติกที่มีเนื้อแบบนี้จะมีความแน่นของเม็ดสีสูงมากทาแล้วจะไม่มีประกายเงางาม ไม่มีกลิตเตอร์ใดๆผสมอยู่ ทาแล้วกลบริ้วรอยและสีเดิมของริมฝีปากได้ดีแต่เนื้อจะแห้งไม่ค่อยมีความชุ่มชื้นนักเหมาะจะแต่งในลุคที่ดูเป็นทางการในโอกาสวาระพิเศษต่างๆที่ต้องการความเนี้ยบสูง เช่น รับปริญญา แต่งงาน เป็นต้น

2.ลิปสติกเนื้อครีม

ลิปสติกเนื้อครีมมีเนื้อที่คล้ายกับลิปสติกเนื้อแมทคือมีเม็ดสีที่แน่นและกลบสีปากได้ดีมักไม่มีชิมเมอร์แวววาวผสมอยู่เช่นกัน ส่วนข้อแตกต่างอยู่ตรงที่ลิปสติกเนื้อครีมจะมีความชุ่มชื้นมากกว่าทาแล้วริมฝีปากจะไม่แห้งเท่าเนื้อแมทรวมถึงเกลี่ยสีให้เนียนเรียบได้ง่ายกว่าอีกด้วย ลุคที่เหมาะจะแต่งด้วยลิปสติกแบบนี้ได้ตั้งแต่ลุคที่เป็นระดับพิธีการตลอดจนในชีวิตประจำวันทั่วๆไป เช่น แต่งไปทำงาน

3.ลิปสติกเนื้อเชียร์หรือเนื้อซาติน

ลิปสติกเนื้อเชียร์จะมีเม็ดสีที่ไม่แน่นให้การปกปิดที่บางเบากลบสีปากได้ไม่มีเท่าอีกสองเนื้อที่กล่าวมาแล้วข้างต้น อาจจะมีกลิตเตอร์ผสมอยู่เพื่อช่วยให้ริมฝีปากมีประกายเงางาม ลุคที่เหมาะจะแต่งด้วยลิปสติกเนื้อเชียร์คือลุคสบายๆเหมาะจะแต่งไปเที่ยวที่ไม่เน้นการแต่งหน้าที่จัดจนเกินไป

4.ลิปกลอส

เป็นลิปสติกที่ให้ความแวววาวสูงมาก ไม่เน้นความแน่นของเม็ดสีแต่เน้นความวาวเสียเป็นส่วนใหญ่อาจจะมีหรือไม่มีกลิตเตอร์ผสมอยู่ก็ได้มักใช้ทาทับเพื่อเคลือบริมฝีปากให้แววาวาขึ้นหลังจากลงลิปเนื้อแมทหรือครีมแล้วหรืออาจจะใช้เดี่ยวๆก็ได้ ลุคที่เหมาะจะแต่งคือลุคสบายๆทั่วไปหรือแต่งแบบมิกซ์ผสมกับลิปเนื้ออื่นๆ

5.ทิ้นต์

ทิ้นไม่ใช่ลิปสติกแต่เป็นผลิตภัณฑ์สำหรับทาริมฝีปากชนิดหนึ่ง มีลักษณะเป็นน้ำเหลวๆอยู่ในบรรจุภัณฑ์เป็นขวดที่มีพู่กันจุ่มในตัว ทิ้นต์ที่ถูกผลิตออกมาส่วนใหญ่จะมีสี 3 สีคือ สีแดง สีส้มและชมพู ทิ้นต์ไม่สามารถใช้กลบสีจริงของริมฝีปากได้เนื้อจะบางเบาไม่นิยมทาทับทั้งริมฝีปากแต่นิยมทาบริเวณด้านในของริมฝีปากเพื่อให้ดูระเรื่อๆเหมาะสำหรับการแต่งในลุคที่ต้องการให้ดูใสๆน่ารักเหมือนเด็กๆ

ได้รู้จักประเภทของลิปสติกกันแล้วเราก็มาดูวิธีการทากันดีกว่า คงสงสัยกันใช่ไหมว่าทำไมดาราเซเล็ปเขาถึงทาลิปกันได้สวยจัง เคล็ดลับอยู่ตรงนี้ค่ะจากประเภทลิปสติกที่กล่าวมาส่วนใหญ่แล้วหากทาเดี่ยวๆจะให้ประสิทธิภาพที่ไม่ครอบคลุมนักดังนั้นคนที่เขาทาลิปสวยๆเขาใช้ลิปทุกประเภททาผสมกันค่ะเริ่มแรกให้ลงเนื้อสีที่หนักสุดก่อนคือลิปเนื้อแมทหรือเนื้อครีมที่มีเม็ดสีแน่นเพื่อกลบริมฝีปากเดิม จากนั้นต่อมาก็จะตามด้วยกลอสเพิ่มความแวววาว

ลำดับขั้นตอน

1.ลงลิปเนื้อแมทหรือครีมลงไปก่อน

2.ทาลิปกลอสใสตามลงไปเพื่อให้ริมฝีปากดูแวววาว

หรือบางคนอาจไม่ชอบชอบใช้ชอบลิปเนื้อแมทเลยใช้ทิ้นต์หรือลิปสติกสีสดด้านในปากแล้วตามด้วยลิปกลอสสีเนื้อด้านนอกริมฝีปากเพื่อให้ปากดูบางน่ารักและดูน่าจูจุ๊บแบบนี้

ลำดับขั้นตอน

1.กลบสีปากด้วยคอนซีลเลอร์

2.แต่ลิปสีสดหรือทิ้นต์ลงไปที่ขอบปากด้านใน

3.เกลี่ยๆให้เนียนด้วยพู่กัน

4.ทากลอสใสลงไปที่ริมฝีปากด้านนอก

ไม่ยากเลยใช่ไหมล่ะสำหรับเคล็ดลับการทาลิปสติกให้ดูสวยแบบมืออาชีพที่ใครๆ ก็ทำได้ อ่านเสร็จแล้วก็อย่าลืมเอาไปลองทากันดูนะจ๊ะ รับรองริมฝีปากของสาวๆ จะสวยแบบเหล่าดาราเซเล็ปเลยล่ะ หนุ่มๆ เห็นเป็นต้องหลงใหลในความสวยเซ็กซี่เย้ายวนใจไปตามๆ กันแน่นอน

 

 

5 สิ่งที่สาวๆ ผู้รักการแต่งหน้าไม่ควรทำ

2.1

เคยได้ยินคำกล่าวที่ว่า ‘make up is magic’ กันไหมคะ แปลความหมายเป็นไทยง่ายๆว่าเมคอัพคือเวทมนต์ ที่สามารถเติมสีสันแต่งแต้มเปลี่ยนผู้หญิงให้สวยขึ้นราวกับเป็นละคนจากหน้าตาจืดๆ ก็สามารถสวยได้ราวกับนางฟ้าแต่เครื่องสำอางค์ก็เหมือนดาบสองคมที่ให้ผลดีและให้ผลเสียได้เช่นกัน มาดูสิ่งที่สาวๆผู้ชื่นชอบการแต่งหน้าไม่ควรกันทำดีกว่า

1.ไม่ล้างเมคอัพก่อนนอน

เคยไหมที่กลับมาจากปาร์ตี้ดึกๆหรือไปเที่ยวกลางคืนถึงบ้านอีกทีก็สว่างแล้วเลยขี้เกียจล้างเมคอัพปล่อยไว้ทั้งอย่างนั้นค่อยล้างเอาทีหลังอาจจะเพราะความง่วงเข้าครอบงำหรือเพราะความเมามาย สติสตังไม่อยู่กับเนื้อกับตัวจิตหลุดสุดๆก็ห้ามทำ  รู้ไหมว่าการนอนลงไปทั้งอย่างนั้นเป็นพฤติกรรมที่แย่มากๆเพราะเมคอัพที่เราแต่งมาทั้งวันเป็นแหล่งหมักหมมของเชื้อโรคอย่างดีทีเดียว ไหนจะฝุ่น มลภาวะที่เผชิญมาทั้งวันอีก ทิ้งไว้ข้ามวันข้ามคืนสะสมอยู่บนใบหน้ารวมกับคราบเหงื่อไคลทำให้เป็นต้นเหตุของปัญหาผิวหน้าทั้งหลายทั้งปัญหาสิวต่างๆไม่ว่าจะเป็นสิวเสี้ยน สิวหัวดำหรือสิวอุดคันและยิ่งร้ายไปกว่านั้นคือเป็นต้นเหตุของสิวอักเสบทำลายผิวหน้าให้ไม่น่าดู แถมเป็นแล้วก็รักษาให้หายยากมาก นอกจากสิวแล้วปัญหาอื่นก็ตามมาเช่นกัน ทั้งเกิดริ้วรอยก่อนวัย หน้าหมองคล้ำ เพราะผิวหน้าขาดออกซิเจนเป็นเวลานานรู้อย่างนี้แล้วต่อไปนี้แม้ต้องกลับบ้านดึกขนาดไหนก็ต้องล้างเมคอัพก่อนนอนทุกครั้งอย่าปล่อยให้เมคอัพเลอะเทอะขนตาปลอมหลุดอยู่อย่างนั้นแล้วเข้านอนเลยนะจ๊ะสาวๆ ไม่ดีๆ

2.ชอบซื้อเครื่องสำอางมาตุนไว้เยอะๆ

เวลาเดินห้างบางทีก็ต้องการแค่จะดูของเท่านั้นแต่ไหงกลับห้องทีไรกลับมีถุงเล็กถุงน้อยติดมือกลับมาตลอด ก็จะทำอย่างไรได้ล่ะลิปสติกสีนั้นก็สวยสีนี้ก็ยังไม่มี สาวๆคงจะคิดแบบนี้อยู่ในใจกันอยู่ใช่ไหมคะ เรื่องความชอบน่ะห้ามกันยากแต่รู้กันบ้างไหมเอ่ยว่าเครื่องสำอางแต่ละชิ้นมีวันหมดอายุไม่เท่ากัน การซื้อมาตุนไว้เยอะบางทีก็ใช้ได้ไม่ทั่วถึงก็ถึงวันหมดอายุซะแล้วจะใช้อะไรต้องระมัดระวังกันนิดนึง หมั่นดูให้ถี่ถ้วนตามบรรจุภัณฑ์ว่าเลยวันหมดอายุมาหรือยังใช้แล้วจะได้ไม่เกิดปัญหากับผิวหน้าตามมา

  1. ติดช็อปเครื่องสำอาง

นิสัยผู้หญิงเราเป็นที่รู้กันว่าชอบของถูกของเซลล์ลดราคา นิสัยนี้ไม่ได้เกิดกับการซื้อเสื้อผ้าและรองเท้าเท่านั้นแต่ยังลามไปถึงเครื่องสำอางเช่นกัน  ยี่ห้อไหนแพงๆแล้วเอามาลดราคาเห็นแล้วเป็นต้องคว้ามาแทยทั้งนั้นน้อยนักที่จะคิดหน้าคิดหลังว่าคุ้มค่าหรือเปล่า รู้ไหมว่าการทำแบบนี้จะสร้างนิสัยติดฟุ่มเฟือยให้เกิดขึ้นโดยไม่รู้ตัว ของบางอย่างมีอยู่แล้วแต่เมื่อได้ชิ้นใหม่มาก็จะเกิดความสนใจชิ้นที่ใหม่กว่าของเดิมที่มีก็ตกกระป๋องกลายเป็นคนใช้ของทิ้งๆขว้างๆโดยไม่ สร้างนิสัยที่ไม่ดีให้กับตนเองโดยไม่รู้ตัว

  1. ชอบลองของใหม่เห่อใช้ตามคนอื่น

สาวๆ หลายคนมีนิสัยชอบลองของใหม่ใครบอกว่าอะไรดีใครบอกว่าอะไรเด็ด ก็มีอันต้องเกิดความสนอกสนใจอยากลองอยากใช้ตาม บางอย่างเป็นแค่การลือกันมาปากต่อปากว่าดีอย่างนั้นอย่างนี้ เรียกว่าได้ยินกิตติศัพท์ความน่าใช้ก่อนเห็นหน้าตาผลิตภัณฑ์เสียอีก โดนบิ๊วโดนพูดถึงมากๆ เข้าก็เกิดความอ่อนไหวกันเป็นธรรมดาต้องไปเสาะแสวงหามาใช้จนได้ บางอย่างก็ดีจริงสมคำร่ำลือแต่บางอย่างพอให้มาใช้กับตัวเองเข้าก็ไม่ดีอย่างที่คิด สิวขึ้น แพ้เป็นผื่นแดงบ้างล่ะต้องเสียเงินรักษากันให้วุ่นวายเสียทรัพย์เพิ่มไปอีกสองเท่า ชอบลองของใหม่ๆน่ะไม่ผิดแต่ก่อนคิดจะลองใช้เครื่องสำอางค์ใหม่ๆควรดูองค์ประกอบนิดนึงว่าเหมาะกับเราหรือเปล่า มีส่วนผสมที่ใช้แล้วเคยมีอาการแพ้หรือไม่ ถ้าไม่แน่ใจก็อย่าเสี่ยงดีกว่า

  1. ไม่ค่อยล้างแปรงแต่งหน้า

แปรงแต่งหน้าเป็นอุปกรณ์สำคัญที่ขาดไม่ได้สำหรับการแต่งหน้าก็ถ้าไม่มีแล้วจะใช้อะไรลงสีสันล่ะแต่ใช้บ่อยๆนี่เคยล้างกันบ้างไหมบางคน 3 ปีไม่เคยล้างเลยสักครั้ง รู้ไหมว่าเจ้าแปรงนี่เป็นแหล่งสะสมเชื้อโรคได้ดีทีเดียวเชียว

[ How to] Dolly eyes แต่งตาให้สวยแบ๊วแบบตุ๊กตา

1.1

ในภาพรวมของการแต่งหน้า การแต่งตาถือเป็นส่วนสำคัญมากๆ รองจากคิ้ว หากแต่งได้ไม่สวยเดินไปไหนมาไหนใครเห็นเข้าคงอายคนอื่นแย่ เพราะเวลาที่คุยกับใครเราก็ต้องใช้สายตามองด้วยเพื่อสื่อถึงความจริงใจที่มีให้ ลุคในการแต่งตานั้นมีหลายลุคมากบางคนก็เน้นแต่งให้ดูเซ็กซี่ เก๋ เน้นความเฉี่ยวชนิดที่ว่าเวลาโพสต์ท่าถ่ายรูปทีนี่มีจิกกล้องแตก แต่วิธีการแต่งตาที่เราจะนำมาเสนอกันวันนี้คือ ‘การแต่งตาให้ดูกลมโต’ ดูบ้องแบ๊ว น่ารักแบบตุ๊กตา เอาใจสาวที่มีตาชั้นเดียวเป็นพิเศษหรือสาวที่มีตาสองชั้นจะนำเอาไปใช้อัพตาให้ดูโตขึ้นอีกก็ได้นะ รับรองเลยว่าลุคนี้จะเปลี่ยนดวงตาทีดูเล็กให้ดูกลมโตขึ้นแบบไม่ต้องเสียเงินไปทำศัลยกรรมเพิ่มให้เปลืองสตางค์

อุปกรณ์จำเป็นที่ต้องมี

1.อายไลเนอร์

อายไลเนอร์มีหลายยี่ห้อหลายรูปแบบทั้งแบบดินสอ ปากกาและเนื้อเจลแต่ที่เราแนะนำให้ใช้คือแบบปากกาเพราะสามารถควบคุมทิศทางได้การวาดได้ง่าย เหมาะกับทั้งมือเก่าที่ชำนาญแล้วและมือใหม่ที่เพิ่งหัดแต่ง

1.อายไพรเมอร์

เจ้าอายไพรเมอร์ตัวนี้เป็นเสมือนรองพื้นที่ใช้ทาก่อนการลงอายแชโดว์เพื่อช่วยให้อายแชโดวส์มีสีชัดและติดทนตลอดทั้งวัน แต่ถ้าใครที่ไม่ได้มีปัญหาเปลือกตามันมากก็ไม่จำเป็นต้องใช้นะจ๊ะ มีหลายยี่ห้อและหลายราคาเลือกที่ชอบและราคาถูกกระเป๋าของเราเลย

2.พาเลทอายแชโดว์โทนสีน้ำตาล

นี่ก็เป็นอีกไอเทมจำเป็นที่ขาดไม่ได้ในการคัดเบ้าเพื่อให้ตาดูกลมโต

3.อายแชว์โดว์สีมุก

มีหลายแบบจะใช้แบบครีม แบบแท่งหรือแบบฝุ่นก็ได้สำคัญตรงที่ต้องมีกลิตเตอร์แวววาวค่ะ

4.มาสคาร่าสีดำ

ใช้ปัดเพื่อให้ขนตางอนยาวและหนาขึ้น หาซื้อได้ตั้งแต่ที่ร้านดรักสโตร์ราคาย่อมเยาว์ตามซุปเปอร์มาเก็ตและตามเคาน์เตอร์แบรนด์ดังๆที่ราคาแพงขึ้นมาหน่อย

5.ขนตาปลอม

ขนตาปลอมหนาๆฟูๆ เป็นอีกหนึ่งไอเทมเด็ดที่ช่วยเพิ่มความหนาให้ขนตาทำให้ตาเราดูหวาน แบ๊ว มากยิ่งขึ้น ขนตาปลอมก็มีหลายแบบหลายขนาดความหนาบางก็แต่งต่างกันทั้งแบบก้านพลาสติก ก้านผ้าอันนี้ขึ้นอยู่กับความชอบ

6.กาวติดขนตาปลอม

มักจะแถมมากับขนตาปลอมอยู่แล้ว แต่ถ้าต้องการคุณภาพดีหน่อยก็ควรซื้อเพิ่มจ๊ะ ซึ่งยี่ห้อที่มีขายตามท้องตลาดทั่วไปกาวติดขนตาปลอมมี 2 สีคือสีขาวและสีดำ ถ้าใช้สีดำเวลาติดลงไปตามแนวขนตาจะแนบเนียนกว่า

7.คอนแทคเลนส์หรือบิ๊กอายสีสวยๆ

นี่เป็นไอเทมเสสริมเฉยๆนะจะใส่รึไม่ใส่ก็ได้แต่ถ้าใส่แล้วแน่นอนว่าตาจะดูกลมโตน่ารักขึ้นเป็นกองทีเดียว

ขั้นตอนเนรมิตตาสวย

1.ขั้นตอนแรกใส่บิ๊กอายเข้าไปก่อน ใครไม่มีก็ข้ามไปเลย

2.บีบอายไพรเมอร์ออกมาเล็กน้อยปริมาณเท่าเม็ดถั่วเขียว แตะๆให้ทั่วเปลือกตาแล้วเกลี่ยให้ทั่ว ใครไม่มีอายไพรเมอร์ก็ข้ามขั้นตอนนี้ไปได้เลย

3.ใช้แปรงแตะอายแชโดว์สีน้ำตาลเข้มทาตรงบริเวณหางตาและเปลือกตาข้างบน

4.ไล้โหนกคิ้วด้วยสีน้ำตาลอ่อนมีชิมเมอร์ละเอียดเพิ่มความสว่างให้โหนกคิ้ว

5.แตะอายแชโดวส์สีน้ำตาลเข้มกว่าสีที่ไล้โหนกคิ้วลงบนบริเวณใกล้ๆหัวตาเพื่อเพิ่มมิติให้ดวงตามากยิ่งขึ้น

6.ใช้อายแชโดว์สีขาวมุกแตะๆตรงหัวมุมเปลือกตาทั้งขอบตาบนและขอบตาล่างเพิ่มความสดใส

7.กรีดอายไลเนอร์ให้ชิดขอบตาบนมากที่สุดอย่าเหลือช่องว่างไว้แล้วตวัดหางขึ้นเล็กน้อย

8.ปัดมาสคาร่าให้ขนตางอนยาวมากขึ้น เสร็จแล้วแกะขนตาปลอมออกมาจากกล่อง วัดขนาดความพอดีกับดวงตาหากขนตาปลอมที่ซื้อมามีขนาดที่ยาวเกิดไปก็ใช้กรรไกรตัดแต่งให้พอดีกับดวงตาเสียก่อน

9.ค่อยๆบีบกาวลงไประวังอย่าให้เลอะเทอะ

10.ติดขนตาปลอมลงไปตามแนวขนตา เสร็จแล้วเช็คดูความเรียบร้อย

เท่านี้ก็ตาเราก็จะสวยแบ๊วๆน่ารักๆ หันไปกระพริบใส่ใครรับรองจะตกหลุมรักในตาสวยๆของเราแน่นอน นับเป็นลุคการแต่งตาง่ายๆที่สามารถแต่งได้แทบทุกวัน ทุกวาระโอกาส อ่านแล้วก็อย่าลืมเอาไปลองแต่งดูกันนะจ๊ะ วันนี้ลากันไปก่อนสวัสดีค่ะ

Newer posts